แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางสาวกนกวรรณ ดาษเสถียร ( 51040821 ) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางสาวกนกวรรณ ดาษเสถียร ( 51040821 ) แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประเภทของระบบสารสนเทศ

การจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะดังต่อไปนี้ได้อีกด้วย คือ

ระบบสารสนเทศจำแนกตามโครงสร้างองค์การ (Classification by Organizational Structure)
การจำแนกประเภทนี้เป็นการจำแนกตามโครงสร้างขององค์การ ตั้งแต่ระดับหน่วยงานย่อยระดับองค์การทั้งหมด และระดับระหว่างองค์การ

สารสนเทศของหน่วยงานย่อย (Departmental information system)
หมายถึงระบบสารสนเทศที่ออกมาเพื่อใช้สำหรับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งขององค์การ โดยแต่ละหน่วยงานอาจมีโปรแกรมประยุกต์ใช้งานใดงานหนึ่งของตนโดยเฉพาะ เช่น ฝ่ายบุคลากรอาจจะมีโปรแกรมสำหรับการคัดเลือกบุคคล หรือติดตามผลการโยกย้ายงานของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน โดยโปรแกรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องของฝ่ายบุคลากร จะมีชื่อว่าระบบสารสนเทศด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human resources information systems)

ระบบสารสนเทศของทั้งองค์การ (Enterprise information systems)
หมายถึงระบบสารสนเทศของหน่วยงานที่มีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่ทั้งหมดภายในองค์การ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือองค์การนั้นมีระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงทั้งองค์การ

ระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงระหว่างองค์การ (Interorganizational information systems-IOS)
เป็นระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงกับองค์การอื่นๆ ภายนอกตั้งแต่ 2 องค์การขึ้นไป เพื่อช่วยให้การติดต่อสื่อสาร หรือการประสานงานร่วมมือมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการผ่านระบบ IOS จะช่วยทำให้การไหลของสารสนเทศระหว่างองค์การหรือทั้งซัพพลายเชน (Supply chain) เป็นไปโดยอัตโนมัติ เพื่อใช้ในการวางแผน ออกแบบ การพัฒนา การผลิต และการส่งสินค้าและบริการ

การจำแนกตามหน้าที่ขององค์การ (Classification by Functional Area)
การจำแนกระบบสารสนเทศประเภทนี้จะเป็นการสนับสนุนการทำงานตาหน้าที่หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ขององค์การ โดยทั่วไปองค์การมักใช้ระบบสารสนเทศในงานที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ต่างๆ เช่น

  • ระบบสารสนเทศด้านบัญชี (Accounting information system)
  • ระบบสารสนเทศด้านการเงิน (Finance information system)
  • ระบบสารสนเทศด้านการผลิต (Manufacturing information system)
  • ระบบสารสนเทศด้านการตลาด (Marketing information system)
  • ระบบสารสนเทศด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human resource management information system)

    ที่มา http://www.bcoms.net/temp/lesson8.asp

    นางสาวกนกวรรณ ดาษเสถียร (แนน)

การบำรุงรักษาระบบ

การบำรุงรักษาระบบเป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรการพัฒนาระบบ หลังจากที่ทำการติดตั้งระบบงานใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งระบบอาจต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันต่อยุคสมัยหรือปรับปรุงข้อผิดพลาดให้ถูกต้อง การบำรุงรักษาระบบเป็นการยืดอายุระบบงานให้ใช้ต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การบำรุงรักษาระบบสารสนเทศ เป็นงานหลักในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ และระบบสารสนเทศต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง เพราะการที่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไม่ได้รับการพัฒนาและบำรุงรักษาที่ดีอาจส่งผลให้ระบบไม่สามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ(ฮาร์ดแวร์และระบบเครือข่าย) ไม่มีความน่าเชื่อถือ (ข้อมูลสารสนเทศ) และไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน (Software) ซึ่งมีผลทำให้องค์กรไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งผู้บริหารไม่สามารถกำหนดนโยบายและตัดสินใจได้อย่างถูกต้องซึ่งการบำรุงรักษาระบบสารสนเทศมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. Hardware breakdown (อุปกรณ์เกิดความเสียหาย) อุปกรณ์ Hardware ถึงแม้จะมีความน่าเชื่อถือมาก แต่บางครั้งอาจเกิดความเสียหายผิดพลาดในการทำงานได้ เช่น อุปกรณ์เกิดการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน เป็นต้น ดังนั้นเราจึงสามารถเลือกวิธีดำเนินการเพื่อลดระยะเวลาที่เครื่องจะหยุดการทำงานได้

• บริการภายใน กิจการควรมีหน่วยงานซ่อมบำรุงภายใน และสามารถขยายขีดความสามารถขององค์กรได้

• ใช้บริการจากภายนอก โดยกำหนดค่าดูแล Hardware จากผู้จำหน่าย Maintenance Contract (per call, per year / Preventive Maintenance)

• บริการแบบผสมผสานใช้วิธีการที่ 1 และ 2 ผสมผสานกัน ทั้งนี้เพื่อการเหมาะสมกับองค์กรและการดำเนินงาน

2. Software Maintenance การบำรุงรักษา Software คือการกระทำต่อระบบ หรือ โปรแกรมที่ใช้งานอยู่แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ

• Corrective Maintenance แก้ไขจุดบกพร่อง (Bug) ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดที่เคยตั้งไว้

• Adaptive Maintenance ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานแวดล้อมปัจจุบัน

• Upgrading ยกระดับให้ใช้งานได้ เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยน Hardware, System, Software และอื่น ๆ

• Enhancing เสริมเพิ่มเติม เกิดขึ้นเมื่อมีความต้องการใหม่ ๆ เกิดขึ้นและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบ

3. Maintenance redevelopment life cycle (วงจรของการบำรุงรักษา และการ พัฒนาระบบใหม่)

4. Software Maintenance Management (การจัดการบำรุงรักษาระบบ)

5. System Efficiency Enhancement (การพัฒนาและปรับปรุงเพื่อเพิ่ม ประ สิทธิภาพระบบสารสนเทศ ให้สามารถรองรับการบูรณาการข้อมูลจากส่วน ภูมิภาคเข้าสู่ส่วนกลาง)

6. ในองค์กรที่มีการใช้ IT ในการพัฒนาจำเป็นต้องวางแผนการจัดการการบำรุงรักษา ดังต่อไปนี้

• การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลกรให้มีหน้าที่ดูแลการ บำรุงรักษา

• ดูแลการจัดทำสัญญาเรื่องการบำรุงรักษาระบบและประสานงาน

• กำหนดนโยบายการคิดค่าใช้จ่าย การให้บริการบำรุงรักษาต่อหน่วยงาน ในสังกัดอื่นอย่างชัดเจน เพื่อผลของการประเมิน

• กำหนดขั้นตอนและลำดับความสำคัญของการบำรุงรักษาแต่ละแบบ

รวมทั้งการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ซึ่งในการดำเนินการนี้เป็นการบำรุงรักษา และการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศซึ่งประกอบด้วย คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย อุปกรณ์ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ต่อพ่วง อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายรวมถึง Software ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและลูกข่ายเพื่อให้รองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ดังกล่าวให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

กิจกรรมในการบำรุงรักษาระบบ

1. เก็บรวบรวมคำร้องขอให้ปรับปรุงระบบ

2. วิเคราะห์ข้อมูลการร้องขอเพื่อการปรับปรุง

3. ออกแบบการทำงานที่ต้องการปรับปรุง

4. ปรับปรุงระบบ

ประเภทของการบำรุงรักษาระบบ

1. ซ่อมบำรุงเพื่อความถูกต้อง (Corrective Maintenance)

2. ซ่อมบำรุงเพื่อปรับเปลี่ยน (Adaptive Maintenance)

3. ซ่อมบำรุงเพื่อความสมบูรณ์ (Perfective Maintenance)

4. ซ่อมบำรุงเพื่อป้องกัน (Preventive Maintenance)

ปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนในการบำรุงรักษาระบบ

1. จำนวนข้อผิดพลาดที่อยู่ในระบบ

2. จำนวนลูกค้า

3. คุณภาพของเอกสาร

4. คุณภาพของทีมงานซ่อมบำรุง

5. เครื่องมือที่ใช้ในการสนับสนุนการซ่อมบำรุง

การจัดการการซ่อมบำรุงรักษาระบบ

1. บุคลากรในทีมงานบำรุงรักษาระบบ

2. การประเมินประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาระบบ

3. การควบคุมการร้องขอให้ปรับปรุงระบบของผู้ใช้


นางสาวกนกวรรษ ดาษเสถียร (แนน )